ประชาพิจารณ์เรื่อง “สิทธิ์จอดยานพาหนะ” 1 คัน เลือกว่า รถยนต์ หรือ รถจักรยานยนต์

ประชาพิจารณ์ สิทธิ์จอดรถคันแรก

ประชาพิจารณ์ สิทธิ์จอดรถคันแรก

ปัญหาที่จอดรถไม่พอเพียงสำหรับ รถยนต์ และ จักรยานยนต์ เพราะมีเจ้าของร่วมบางท่าน นำยานพาหนะ  เข้ามาจอดเกินสิทธิ์ที่ได้รับต่อห้อง  ตัวอย่างเช่น ในกรณีเจ้าของห้องนอนเดียว จะได้สิทธิ์นำยานพาหนะ เข้ามาจอด 1 คัน แต่มีบางห้องนำ

  • รถยนต์ 1 + รถยนต์ 2
  • รถยนต์ 1 + รถจักรยานยนต์ 1
  • รถจักรยานยนต์ 1 + รถยนต์ 1
  • บางห้องมี จักรยานยนต์ 2 คัน และใช้วิธีเวียนบัตร (และสติกเกอร์) เข้ามาจอด สองคัน

คณะกรรมการ ต้องการทำประชาพิจารณ์ ให้เจ้าของร่วม เลือกว่า เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย ในหัวข้อ “การใช้สิทธิ์จอดยานพาหนะ 1 ห้องชุดต่อ 1 คัน โดยเจ้าของร่วมจะต้องระบุว่า จะให้ รถยนต์ หรือ รถจักรยานยนต์ เป็นยานพาหนะคันแรก” (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
อ่านดูแล้ว ราวกับว่า ก่อนหน้านี้ ไม่ได้นับ จักรยานยนต์ รวมกับ รถยนต์ เป็น สิทธิ์เดียว
ถ้าเห็นด้วย ผลทางปฏิบัติ ที่จะเกิดขึ้น มี 3 กรณี ตามข้อความในรูปบน

คนที่น่าจะได้รับผลกระทบ คือ คนที่เคยนำทั้งรถยนต์ และ จักรยานยนต์ เข้ามาในโครงการ ทั้งสองคัน (เกิน 1 สิทธิ์ที่ได้รับ)
รวมถึงคนที่ นำรถยนต์ เข้ามาสองคัน หรือ จักรยานยนต์ 2 คัน เกินสิทธิ์


ถ่าอ่านจากใน ระเบียบ
จะเห็นว่า รถจักรยานยนต์ ถูกนับเป็น ยานพาหนะ เหมือนรถยนต์ อย่างไรก็คงเลี่ยงไม่พ้น เพราะที่จอดรถไม่เพียงพอ

parking stat

สถิติที่จอดรถ
คอนโด ลุมพินีพาร์ค ริเวอร์ไซด์ พระราม 3
เป็นอาคารชุดพักอาศัยสูง 36 ชั้น (1 อาคาร 4 ทาวเวอร์) รวม 2,373 ยูนิต
มี จำนวนช่องจอดรถในโครงการ 1,134 คัน

เกี่ยวกับจำนวนรถจักรยานยนต์ ลงทะเบียนไว้ 73 คัน จ่ายค่าที่จอดเดือนละ 50 บาท แต่ละคืนจะมีมาจอดเพิ่มอีกประมาณ 20 คัน โดยรับบัตร visitor ประมาณ 15 คัน จ่ายคืนละ 50 บาท อีกประมาณ 5-6 คัน ทำไม่ถูกระเบียบ
ที่มา: https://www.facebook.com/groups/243830902394698/permalink


public hearings

—– เกี่ยวกับ ความหมายของ คำว่า “ประชาพิจารณ์ (Public Hearings)”
และ ข้อสรุปจากการประชาพิจารณ์มีฐานะเป็นเพียงข้อเสนอแนะ

คำว่า ประชาพิจารณ์ ประกอบด้วยคำว่า ประชา หมายถึง ประชาชน กับคำว่า พิจารณ์  ซึ่งหมายถึง พิจารณา ตรวจตรา สอบสวน ให้ความคิดเห็น

ประชาพิจารณ์ หมายถึง รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องที่มีผลกระทบชีวิตของประชาชนทุกคน การทำประชาพิจารณ์ควรจัดให้ได้รับความคิดเห็นจากประชาชนทุกหมู่เหล่า และทำในวงกว้างเพื่อให้ไดัข้อสรุปที่สะท้อนความคิดเห็นจากประชาชนอย่างแท้จริง ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับสิ่งที่มีผลต่อประชาชนจำนวนมาก

การประชาพิจารณ์เป็นกระบวนการที่รัฐเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นในปัญหาสำคัญของชาติที่มีข้อให้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงได้มีโอกาสรับทราบข้อมูลโดยละเอียด แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลต่อโครงการหรือนโยบายนั้น ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม(http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=1d11c0a8a8a9f88eรวมทั้งการทำประชาพิจารณ์เป็นการดำเนินกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเป็นทางการ          ตามระเบียบสำนักนายกฯ จึงจำเป็นต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการประชาพิจารณ์ มีการประกาศ    เชิญชวนให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมประชาพิจารณ์ มีการลงทะเบียนเพื่อการเข้าร่วมประชาพิจารณ์ (สร  อักสรสกุล, 2547)

วัตถุประสงค์

การประชาพิจารณ์เป็นที่เปิดโอกาสสำหรับบุคคลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐได้แสดงความคิดเห็นในส่วนที่เกี่ยวกับโครงการดังกล่าว โดยอาจจะใช้การพิจารณาเป็นการประชุมหารืออย่างเป็นทางการระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับผิดชอบต่อการดำเนินโครงการ และกลุ่มผลประโยชน์ หรือบุคคลผู้มีส่วนได้เสียจากโครงการดังกล่าว หน่วยงานของรัฐไม่จำเป็นต้องได้รับอำนาจพิเศษตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายในการจัดประชาพิจารณ์ โดยถือเป็นเรื่องที่ปกติและเป็นการเหมาะสมที่รัฐบาลจะปรึกษาประชาชนก่อนการเนินการที่สำคัญ ประชาพิจารณ์ไม่ใช่การดำเนินคดีที่ประกอบไปด้วยโจทย์ และจำเลย แม้ว่าในกระบวนการประชาพิจารณ์ผู้เข้าร่วมอาจได้รับอนุญาตให้ส่งหนังสือหรือเอกสารแก่ส่วนราชการ กระบวนการจะเป็นไปตามที่ส่วนราชการเห็นสมควร และเมื่อสิ้นสุดกระบวนการเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ตัดสินใจดำเนินการตามดุลยพินิจของตน แม้ว่าบุคคลในกระบวนการประชาพิจารณ์ไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนเท่าใดก็ตาม ประชาพิจารณ์จัดทำขึ้นเพื่อจุดประสงค์ดังต่อไปนี้

1.  เพื่อให้การตัดสินใจของรัฐสอดคล้องกับประโยชน์

2.  เพื่อลดความขัดแย้งจากการตัดสินใจของรัฐ

3.  เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอแก่ประชาชน

4.  เพื่อเป็นทางเลือกในการมีส่วนรวมของประชาชนต่อการตัดสินใจของรัฐ

5.  เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด

หลักการประชาพิจารณ์ (สืบวงค์  กาฬวงค์, 2546) มีดังนี้

1.  จะต้องกระทำขึ้นก่อนมีการตัดสินใจของรัฐ

2.  จะต้องเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง

3.  การดำเนินการประชาพิจารณ์ต้องเป็นไปโดยเที่ยงตรงและเปิดเผย

4.  ข้อสรุปจากการประชาพิจารณ์มีฐานะเป็นเพียงข้อเสนอแนะ

รายละเอียดทั้งหมด http://www.gotoknow.org/posts/461696

—– ความเห็นของ คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ “จำนวนผู้เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ไม่ใช่สาระสำคัญ”

 เพราะต่างฝ่ายต่างยังไม่เข้าใจถึงประโยชน์แห่งการทำประชาพิจารณ์ เมื่อคิดว่าต้องทำให้ครบถ้วน จึงทำไปตามที่ระเบียบข้อบังคับกำหนดไว้ ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วย ก็กลับไปนึกเสียว่าการทำประชาพิจารณ์เป็นเงื่อนไขของการทำโครงการ ถ้าทำประชาพิจารณ์เสร็จแล้วโครงการจะเดินหน้าต่อไปได้ จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะขัดขวางมิให้เกิดประชาพิจารณ์ขึ้น

สรุปได้ว่า ถ้ารัฐจะทำอะไรที่กระทบต่อส่วนได้เสียของประชาชนหรือชุมชน รัฐจะต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รู้ข้อมูล คำชี้แจง และเหตุผล และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นได้ และถ้าการที่จะทำนั้นมีผลร้ายแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมก็จะต้องศึกษาหาทางแก้ไขเสียก่อน ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็ไม่พึงกระทำ


จำนวนผู้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่ใช่สาระสำคัญ ความสำคัญอยู่ที่ผลกระทบหรือความเดือดร้อนนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ และจะมีหนทางป้องกันหรือแก้ไขหรือไม่ เช่น คนทั้งเมืองเห็นด้วยกับโครงการ มีเพียงคนเดียวไม่เห็นด้วยเพราะมีหลักฐานว่าถ้าทำโครงการนั้นขึ้น ประชาชนในละแวกนั้นจะได้รับอันตรายจากพิษร้ายที่เกิดจากโครงการ รัฐจะต้องนำเหตุผลนั้นมาศึกษาว่าเป็นจริงหรือไม่ ถ้าเป็นจริงและไม่มีหนทางป้องกันหรือแก้ไข รัฐก็ไม่พึงทำโครงการนั้น

http://www.meechaithailand.com/ver1/?module=3&action=view&type=9&mcid=42

—– ประชาพิจารณ์ ต่างกับ การออกเสียงประชามติ

การออกเสียงประชามติ จะต้องมีการลงคะแนนออกเสียง เพื่อหามติของประชาชน ในเรื่องสำคัญนั้นๆ
ส่วน ประชาพิจารณ์ เป็นเพียงการรับฟังความเห็นของประชาชน ที่จะได้รับผลกระทบนั้นๆ ก่อนที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะมีคำสั่ง หรือ ดำเนินการใดๆ

—– ความแตกต่างของ ประชาพิจารณ์ ประชามติ และ การสำรวจความเห็นสาธารณะ

ประชาพิจารณ์ ประชามติ และ poll มีความแตกต่างในตัวของตัวเอง ดังนี้ คือ
ประชาพิจารณ์ ได้แก่กระบวนการที่รัฐเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นในปัญหาสำคัญของชาติที่มีข้อให้เกี่ยวหลายฝ่าย สำหรับเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจของรัฐในการดำเนินงานอันมีผลกระทบต่อประชาชน ปัจจุบันกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับประชาพิจารณ์ ได้แก่ “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะโดยวิธีประชาพิจารณ์ พ.ศ.2539”

ประชามติ
ได้แก่ กระบวนการที่รัฐขอปรึกษาความเห็นของประชาชนว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกิจการสำคัญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือประชาชน ปัจจุบันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประชาพิจารณ์ได้แก่ มาตรา 214 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พุทธศักราช 2540)

การสำรวจความเห็นสาธารณะ (poll) ได้แก่ กระบวนการที่รัฐหรือเอกชนใช้ในการขอทราบความคิดเห็นของประชาชนในกรณีใดกรณีหนึ่งที่ต้องการสำรวจหรือต้องการทราบ “ความนิยม” ในการกระทำ ตัวบุคคล พรรคการเมืองหรือสินค้าประเภทใดประเภทหนึ่ง ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม ผมได้เขียนบทความไว้บทความหนึ่ง คือ “ประเทศไทยควรมีกติกาในการทำโพลหรือยัง” ซึ่งนำเอากฎหมายเกี่ยวกับการทำpoll ของฝรั่งเศสมาอธิบาย หากสนใจโปรดดูได้ใน “บทความสาระ” ของpub-law.net

ที่มา http://www.pub-law.net/publaw/view.aspx?ID=424

—–

ประชาพิจารณ์ (Public Hearing) หมายถึง การแสดงความคิดเห็นของประชาชนต่อประเด็นปัญหาใดปัญหาหนึ่ง โดยการจัดทำประชาพิจารณ์นี้อาจกระทำโดยหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้เพื่อที่จะรับฟังความเห็นของประชาชน ในกรณีที่ประชาชนเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น ประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในชุมชน หรือประเด็นผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากโครงการของรัฐ เป็นต้นการทำประชาพิจารณ์ควรจะเป็นสิ่งที่ทำก่อนการออกเสียงประชามติ หรือเพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนโดยไม่ต้องมีการลงคะแนน เพื่อที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐหรือรัฐสภาจะนำเอาความคิดเห็นของประชาชนเข้าไปประกอบการพิจารณาตัดสินใจต่อไป

ที่มา http://www.kpi.ac.th/wiki/index.php/

—– ประชาพิจารณ์ โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1345440937

Posted on 3 August, 2013, in Activities, Announce, Important. Bookmark the permalink. 1 Comment.

  1. แล้วคนมี 2 ห้องนอน จ่ายค่าส่วนกลางเป็น 2 เท่า แต่ได้สิทธ์จอด คันเดียว. ยุติธรรมหรือไม่??

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: